แปลความหมายเพลง Olivia Ong – Sometimes When We Touch

30/04/2014

พื้นฐาน CSS เรื่อง Selectors

02/05/2014

สรุปเนื้อเรื่อง Tomb Raider : Underworld

02/05/2014
empty image
empty image

เนื้อเรื่อง Tomb Raider : Underworld แบบละเอียด (คิดว่าพอสมควรนะ อิอิ)

ข้อมูลเกม
Tomb Raider 8 : Underworld
Release Date : November 2008
Developer : Crystal Dynamics
Publisher : Eidos Interactive

-: Spoiler Alert :-

เนื้อเรื่อง

โดยเนื้อเรื่องหลักๆ แล้วก็คือ Lara ตามหาแม่ซึ่งคิดว่าไปอยู่ใน Avalon โดยลาร่าต้องใช้ ค้อนธอร์ เป็นกุญแจเพื่อเข้าไปสู่ที่นั่น

Prologue

เริ่มเกมมา คฤหาสน์เราถูกเผา เมื่อหนีออกมายังเจอเพื่อนยิงปืนใส่อีก นี่มันเกิดอะไรขึ้น เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามได้ใน Tomb Raider : Underworld …

1. MEDITERRANEAN SEA (ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน)

ย้อนกลับมา 1 สัปดาห์ก่อนหน้าที่จะถูกเผาบ้าน ศาสตราจารย์ Eddington ได้ให้ข้อมูลซึ่งอาจจะเป็นเบาะแสในการค้นหา Avalon ก็ได้ ลาร่าจึงมาที่นี่ โดยดำน้ำลงไปสำรวจซากโบราณซึ่งอยู่ใต้ทะเลบริเวณนี้

 

เมื่อลาร่าดำน้ำเข้ามายังด้านในจะเจอห้องหนึ่ง หน้าประตูเขียนไว้ว่า “World of Mist” ซึ่งลาร่าคิดว่าน่าจะเป็น Niflheim อาณาจักรแห่งความตาย , ไม่ใช่ Avalon ที่ตามหาอย่างแน่นอน แต่เป็นยุคสมัยเดียวกันรึเปล่านะ ?

เมื่อเดินเข้าอีกก็จะพบกับปลาหมึกยักษ์ซึ่งก็คือเจ้า Kraken นั่นเอง มันนอนขวางประตูอยู่ หลังจากลาร่าลัดการเก็บมันเรียบร้อยแล้วก็เข้าไปสู่ห้องด้านใน

ในห้องนี้จะมีรูปปั้นธอร์ (Thor) เทพเจ้าสายฟ้า บุตรแห่งโอดิน และมีบางอย่างซึ่งเหมือนกับถุงมือ ลาร่าเก็บมันมา และใส่มันเข้าที่ฝ่ามือของตัวเอง เกิดมีออร่าสีฟ้าเปล่งประกายรอบฝ่ามือ สัมผัสได้ถึงพลัง ค้อนสายฟ้าของธอร์นั้นมีพลังมหาศาล แล้วเรื่องทั้งหมดมันมาเกี่ยวอะไรกับ Avalon ได้อย่างไรกัน ? …. ไม่นานก็รู้สึกเหมือนมีใครเดินมา ? ทันใดนั้นลาร่าก็โดนฟาดหัว ป๊อก !!! สลบไป และพบว่าถุงมือนั้นถูกแย่งไปแล้วโดยกลุ่มทหารลึกลับ และพวกมันยังระเบิดปากทางเข้า ทำให้ลาร่าต้องหาทางออกทางอื่น

 

หลังจากออกมาได้แล้ว ลาร่าสังเกตเห็นเรือลำใหญ่ที่อยู่บริเวณนั้น ส่องกล้องดูเห็นชายใส่ชุดเหมือนที่เจอในซากโบราณใต้น้ำเลย จึงนั่งเรือยอชมายังเรือนั้นทางสมอเรือ และเข้าไปค้นหาความจริงให้ได้

 

…เมื่อเข้ามาด้านในเราแอบฟัง เสียงใครคุยกันอยู่ ? สองคนนั้นก็คือ Amanda กับ Jacqueline Natla แต่ถูกขังอยู่ในหลอดแก้ว ลาร่าถาม Natla ว่ารู้อะไรเกี่ยวกับแม่ของฉันบ้างมั้ย ? Natla บอกแม่ของเธอเข้าไปในประตูมิติ ซึ่งแม่ลาร่าถูกส่งไปที่ Avalon แต่พ่อของลาร่าคิดว่า Avalon คือ Niflheim แต่ไม่ใช่ มันคือ Helheim ลาร่าจึงถามต่อว่ามันอยู่ที่ไหน ? Natla ทิ้งท้ายก่อนจากไปว่า ซักวันฉันจะบอก และเมื่อวันนั้นมาถึง จะต้องใช้ค้อนสายฟ้าของธอร์ เพื่อเป็นกุญแจ คำตอบอยู่ที่ชายฝั่งตะวันตกของประเทศไทย…

 

เรือกำลังจะจม ลาร่ารีบหาทางออก เมื่อออกมาข้างนอก ก็เห็น Amanda กำลังเกาะบันไดฮออยู่ ลาร่าจึงยิ่งปืนไป กระสุนเฉี่ยวหน้าของ Amanda แล้วเธอก็โยนถุงมือของธอร์ลงน้ำ ลาร่าจึงโดดลงไปเก็บมาจนได้ (เหมือนตั้งใจโดยให้)

 

 

 

2. COASTAL THAILAND (ชายฝั่งประเทศไทย)

ลาร่ามายังสถานที่ที่ Natla บอก นั่นก็คือบริเวณชายฝั่งตะวันตกของประเทศไทย บรรยากาศที่นี่ดีมาก มองไปรอบๆ ไม่พบซากโบราณอะไรเลย มีแต่ธรรมชาตที่สวยงาม ชวนให้สงสัย ชาวไวกิ้ง (Vikings) จะมาเกี่ยวข้องกับประเทศไทยได้ยังไง ? งานนี้ลาร่าเลยต้องค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ในสถานที่แห่งนี้…

เมื่อเลาะมาตามทางบนเขาเรื่อย เข้ามาด้านในจะเป็นเมืองที่สาปสูญของ Bhogavati (มันเป็นภาษาสันสกฤต ผมไม่รู้จะเขียนออกมายังไง แปลไม่ออก เลยทับศัพท์ไปละกัน) บริเวณนี้จะเป็นเหมือนซากเมือง เมื่อเข้ามาลึกอีกหน่อยจะพบกับรูปปั้นขนาดยักษ์ของพระศิวะ ลาร่าจะต้องหาทางเข้าไปด้านใน หลังรูปปั้นยักษ์นี้

ภาพจาก tomb.raider-underworld.com
ภาพจาก tomb.raider-underworld.com
ภาพจาก tomb.raider-underworld.com

เมื่อเข้ามาด้านในจะพบว่า สมบัติ สิ่งประดิษฐ์ ข้อมูลที่สำคัญ ลายการแกะสลัก หรือเบาะแสอะไรต่างๆ ถูกทำลายไปแล้ว ลาร่าสังเกตเห็นข้อความที่แทนหิน เขียนว่า “Natla ฉันรู้จัดหมายที่แท้จริงของคุณแล้ว และฉันจะไม่เป็นหุ่นเชิดของเธออีกต่อไป – RJC” ลาร่ารู้ทันทีว่าต้องเป็นพ่อเขียนไว้แน่ R กับ C อาจจะเป็น Richard Croft แต่พ่อไม่ใช้ชื่อกลางนี่นา…. ตกลงเป็นชื่อใครกัน ? อ๋อ…มันอยู่ใต้จมูกของเรานี่เอง แล้วลาร่าก็นั่งเรือ ดิ่งกลับคฤหาสน์ทันที

 

3. CROFT MANOR (คฤหาสน์ตระกูลครอฟ)

เมื่อมาถึง ลาร่าบอกให้ Winston เปิดสถานที่เก็บศพใต้คฤหาสน์ ตรงไปที่หีบศพหนึ่ง ซึ่งมีป้ายเขียนว่า RJC ใช่แล้ว RJC ก็คือ Richard James Croft ปู่ของลาร่านั่นเอง เมื่อไปเปิดกลไกล ทำให้ประตูเปิดออก

 

ในห้องด้านในพ่อของลาร่าได้เก็บรวบรวมสิ่งของต่างๆ ที่ได้มาจากประเทศไทย รวมทั้งถุงมืออีกข้างของธอร์ด้วย และยังมีแผนที่บอกทางไปเอาวัตถุอีกชิ้นซึ่งก็คือเข็มขัดของธอร์ เมื่อลาร่ากลับออกจากห้องจะพบว่าคฤหาสน์ถูกไฟใหม้

 

แล้วเราก็ออกจากห้องนั้นมา เหตการณ์หลังจากนี้จะเป็นเหตุการณ์ตอนเริ่มเกมนั่นเอง คฤหาสน์ถูกเผา ลาร่าต้องหาทางหนีออกมา แล้วก็เจอกับ Winston และ Zip ซึ่งยิงปืนใส่เรา โดย Zip เข้าใจผิด โดยเห็นลาร่าเข้ามาทางอุโมงค์ ผ่านระบบรักษาความปลอดภัย และแสกนม่านตาเข้ามา ยิงปืนใส่ตัวเอง และยังเผาทำลายคฤหาสน์ ลาร่าจึงบอกจะเข้าไปในห้องเพื่้อดูวงจรปิด บอกให้สองคนรีบออกไปซะ (ซึ่งเป็นร่างก๊อปปี้ของลาร่า ถูกส่งมาเพื่อเอา Wraith Stone ไปให้ Amanda)

เมื่อเข้ามาในห้อง ลาร่าเห็นเงาใครที่กระจก ซึ่งหน้าตาเหมือนตัวเรามาก แต่ไม่ใช่ ทันใดนั้น Alister เดินผ่านมา ร่างก๊อปปี้นั้นจึงยิงปืนใส่ Alister โป้ง !!! ลาร่าพยายามต่อสู้กับร่างก๊อปปี้แต่สู้ไม่ได้ และมันก็โดดหนีออกไป ลาร่าแบกร่างของ Alister ออกมาก่อนทีคฤหาสน์จะพังลง ลาร่าพูดด้วยความโกรธแค้นว่า ฉันต้องการเข็มขัดของธอร์เพื่อใช้ค้อนของเขา และฉันจะเอาค้อนนี้แหละฆ่าเทพเจ้าให้ดู จึงออกเดินทางไปยังเม็กซิโกทันที

4. SOUTHERN MEXICO (ทางใต้ของเม็กซิโก)

มาถึงสถานที่นี้ ลาร่าขี่มอเตอร์ไซต์ บุกตะลุยดินแดนแห่งอารยธรรมมายา ฝนตกได้บรรยากาศมากๆ ซึ่งตรงนี้ ลาร่าจะต้องหาทางเข้าไปยัง Xibalba ให้ได้ เมื่อสำรวจไปรอบๆ ลาร่าจะพบกับปฏิทินมายา โดยจะต้องหมุนปฏิทินทั้ง 2 ฝั่งเพื่อให้ประตูเปิด แล้วก็ต้องซิ่งมอเตอร์ไซต์เข้ามาให้ทันเวลาด้วย

 

 

เมื่อเข้ามาด้านใน ที่ฝาผนังจะเห็นอักษรมายาเขียนไว้ว่า ดินแดนแห่งความกลัว และจะพบกับรูปปั้นของบรรดาเหล่าราชาแห่ง Xibalba

ซิ่งรถเข้าด้านในจะพบกับรูปสลักแสดงถึงฉาก Ragnarok ด้วย (สงครามครั้งสุดท้ายของเทพเจ้า และหลังจากสิ้นสุดสงครามน้ำก็ท่วมโลก) และยังเกี่ยวข้องกับสงครามระหว่างธอร์กับอสรพิษแห่ง Midgard ธอร์ฆ่า Jormungandr ด้วยฆ้อนของเขา  แต่ไม่นานธอร์ก็ตายเช่นกันเพราะได้รับพิษ

 

เข้ามาด้านไหน หาทางเอาเข็มขัดมาให้ได้ เมื่อได้เข็มขัดมาแล้ว เราก็มีสิ่งของที่จำเป็นที่ทำให้สามารถใช้ค้อนธอร์ได้แล้ว  ต่อไปก็หาทางออกจากที่นี่

 

 

 

5. JAN MAYEN ISLAND (เกาะยานไมเอน)

ลาร่าซิ่งมอไซต์เหินเวหาเข้ามาในถ้ำน้ำแข็ง ซิ่งรถจนมาถึงข้างล่าง  ซึ่งที่นี่คือ หอเกียรติยศแห่งผู้กล้า (Hall of Slain) หรือในตำนานก็คือ Valhalla – หอแห่งเทพโอดิน โดยมีประตูทางเข้าชื่อ Valgrind ประตูแห่งความตาย จะเปิดมันยังไงนะ ?

 

 

เมื่อประตูเปิดก็ซิ่งมอไซต์ หาทางไปยังด้านใน จนเข้ามาถึงห้องใหญ่เลยล่ะ มีค้อนแหว่งไปมา ต้องหาทางเข้าไปด้านในสุด เพื่อเอาค้อนธอร์ให้ได้ เมื่อเข้ามาด้านในสุด จะพบกับห้องที่เก็บค้อนธอร์ ลาร่าอ่านบนกำแพงพร้อมถ่ายวิดีโอ ข้อความว่า “ธอร์ ลูกคนโตของข้า และอาวุธที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มารวมตัวกันอีกครั้ง การกลับมาของข้า ผ่านพิธีกรรมอันเก่าแก่และด้วยพลังของ Mjolnir พวกเราจะเปิดผนึกแห่ง Helheim และเติมเต็มโชคชะตาของพวกเราด้วยกัน” ลาร่าปิ้งไอเดีย นอกจากจะใช้ค้อนธอร์เพื่อเป็นกุญแจไปสู่ Helheim แล้ว ยังใช้จัดการกับ Natla ได้ด้วย !!!

 

 

 

6. ANDAMAN SEA (ทะเลอันดามัน)

Zip เพื่อนของเราช่วยค้นหาตำแหน่งของ Amanda และ Natla ทราบว่าอยู่ที่ทะเลอันดามัน เราจึงตามมาหวังจะรีดคำตอบจาก Natla ให้ได้ เมื่อขึ้นเรือมาสามารถใช้ค้อนธอร์จัดการกับลูกน้องได้สบายๆ ซัดทีเดียวปลิวลงทะเลไปเลย ฮ่าๆ

เมื่อมาข้างในจนได้บพบกับ Natla ลาร่าถามทันทีว่า Avalon, Helheim, ฉันไม่สนมันจะเรียกว่าอะไร มันอยู่ที่ไหน ? Natla ยื่นข้อเสนอทำพิธีเปิดประตูและเปิดทางให้เพื่อแลกกับค้อนสายฟ้า แล้วอยู่ ๆ Amanda และร่างก๊อปปี้เรา ก็โผล่มา เมื่อลาร่าเห็นด้วยความแค้นที่ถูกเผาบ้าน และเพื่อถูกฆ่า จึงง้างเตรียมใช้ค้อนสายฟ้า ทางฝั่งของ Amanda ก็ง้างแขนเตรียมจะปล่อยพลังเช่นกัน ทันใดนั้น ร่างก๊อปปี้ของลาร่าก็ซัด Amanda แล้วโยนฟาดกระจกตกหายไป… ลาร่าจึงฟาดค้อนใส่ร่างก๊อปปี้แต่มันหลบได้ และหนีไป แล้วลาร่าก็หันมาวาดค้อนใส่ Natla จนกระจกแตก และหวังจะฆ่า แต่หยุดไว้และปล่อย Natla ไป (เพราะหล่อนรู้ว่า Avalon อยู่ไหน จึงไม่ฆ่า) Natla ตอบกลับแล้วพบกันที่นั่น (เธอเขียนไว้ที่กระจกตั้งแต่คุยกัน)

7. ARCTIC SEA (ทะเลอาร์กติก)

ลาร่าระเบิดพื้นน้ำแข็งในทะเลอาคติก แล้วดำดิ่งลึกสู่อาณาจักร Helheim ใต้ทะเลน้ำแข็งอันหนาวเหน็บ เมื่อเข้าไปด้านในจะเห็น Natla กำลังทำพิธีอะไรซักอย่างอยู่ แล้วก็หายเข้าไปในประตู

 

 

ลาร่าตามเข้าไป ใช้ค้อนฟาดเปรี้ยง !!! เปิดประตูเข้าไปสู่ Yggdrasil เดินเข้าไปตามทาง จะมีพวกผีดิบโผล่ออกมาเรื่อย

เข้าไปจนสุด เราจะเห็นเงาของใครบางคน ลาร่าค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ๆ พร้อมเอ่ยถามว่า
…แม่ ? ….แม่ ? ….แม่จ๋า นี่ฉันเอง ลาร่าไง
ร่างนั้นหันมาหน้าตาเหมือนแม่เธอ แต่ครึ่งคนครึ่งผีดิบ
…ม้าย….ไม่…ไม่…ไม่…แม่ฉันตายไปแล้ว…ลาร่าทำใจแข็งยกปืนจ่อพลางพูดต่อไปว่า …แม่ฉันตายแล้ว… แม่ฉันตายแล้ว… แม่ฉันตายไปตั้งนานแล้ว …. แกไม่ใช่แม่ช้าน !!! แล้วก็กระหน่ำยิงจนร่างนั้นตกลงไปในความมืดมิด… ลาร่าก็ร้องให้ โศกเศร้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

 

 

 

ทันใดนั้น Natla ก็โผล่มาพูดเหน็บแนม “แหม่ ชั่งเป็นการประชดที่น่าประทับใจมากกกก” แล้วเจ้นี่ยังเล่าความจริงที่สำคัญให้ฟังอีกว่า เขาเป็นคนฆ่าพ่อของลาร่าด้วยที่ประเทศไทย และจะส่งลาร่าไปอยู่กับพ่อของเธอซะ !!! ลาร่าหยิบค้อนสายฟ้า เตรียมจะฟาดใส่ พลางพูดว่า แกลืมไปรึป่าวว่าอะไรอยู่ในมือชั้น ? ขณะที่กำลังจะฟาดค้อนใส่ ร่างก๊อปปี้ก็โผล่มา ล๊อกแขนเราไว้ แล้วเจ้ Natla ก็พูดต่อไปอีกว่า Amanda กับเธอ(ลาร่า) ก็เป็นแค่หมากตัวนึงในเกมของฉันเท่านั้น และตอนนี้ มันใกล้จะจบแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะ ต้องไปปลุกชีพอสรพิษก่อนละ บาย…

 

 

**อยากจะขอระบายหน่อย ฉากที่ลาร่าเจอแม่ อยากให้มันซึ้งๆ เรียกน้ำตากว่านี้หน่อย น่าจะเป็น เมื่อลาร่าเจอแม่ แม่พยายามเดินเข้ามาทำร้าย แล้วลาร่าก็ฝืนใจกระหน่ำยิงใส่ แล้วกอดร่างของแม่ไว้ บวกกับพูดอะไรที่มันกินใจซักนิดนึง แล้วจากนั้นค่อยอุ้มร่างของแม่ โดนลงไปด้านล่าง แบบนี้สิ ค่อยน่าประทับใจหน่อย (นี่เป็นความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ ฮ่าๆๆ)**

Natla เดินจากไป ลาร่าสู้กับร่างก๊อปปี้ แต่ไม่ไหว ลาร่าถูกบีบคอแน่… ตายแน่ๆ …. ทันใดนั้น Amanda ก็โผล่มาช่วยเราไว้ ใช้พลังหอบร่างก๊อปปี้นั้นลอยลิ่วตกทะเลพิษไป ลาร่าเอ่ยความสงสัย Amanda หรอ ?
Amanda ตอบกลับทันที “ฉันมาที่นี่ก็เพื่อจัดการกับเธอ เชื่อสิ …แต่ตอนนี้อสรพิษแห่ง Midgard กำลังจะฉีกโลกออกเป็นชิ้นๆ และมีเพียง ค้อนสายฟ้าของธอร์เท่านั้นที่สามารถหยุดมันได้” จากนั้นฝูง yeti ก็โผล่มา Amanda บอกให้ลาร่ารีบไป ตรงนี้ฉันจัดการเอง

 

เมื่อลาร่าวิ่งมาถึงด้านในจนพบกับ Natla ถึงตรงนี้เราก็จะรู้ว่าแผนการที่แท้จริงของ Natla ที่ต้องการลงมายัง Helheim ก็เพื่อปลุกอสรพิษแห่ง Midgard เพื่อให้โลกเน่าๆใบนี้ ถูกกลืนกินไปด้วยเปลวไฟและเถ้าถ่าน และ Ragnarok ยุคที่ 7 กำลังจะเริ่มขึ้น ณ บัดนี้…

ลาร่าจะต้องหยุด Natla ให้ได้ โดยสิ่งประดิษย์โบราณของธอร์ที่ลาร่ายืมมา (ขโมยมาแหละ อิอิ) ซักพัก Amanda จะวิ่งหนี Yati ออกมายังที่นี่แล้วก็โดน Natla ปล่อยลูกไฟใส่ตู้ม !!! ไม่รู้เป็นไงบ้าง… ส่วนลาร่าก็หาทางหยุด Natla ต่อไป โดยใช้ค้อนสายฟ้าของธอร์ฟังสะพานเชื่อมแท่นเสา  เมื่อเราใช้ค้อนพังแท่นสุดท้าย แท่นโบราณตรงกลางจะหล่นพังลงมา แต่ Natla พยายามจะรั้งไว้ และแล้วลาร่าจึงควงสว่านค้อนธอร์รวบรวมพลัง แล้วขว้างค้อนสายฟ้าใส่ Natla เปรี้ยง !!! ระเบิดตู้ม !!! Natla ถูกพลังอันมหาศาลของค้อนสายฟ้าฟาดตกลงไปในทะเลพิษ ร่างของ Nalta ก็สลายหายไป  แล้วแท่นโบราณขนาดใหญ่ก็ตกลงมา น้ำทะเลพิษกำลังเพิ่มสูงขึ้น

 

 

 

ลาร่าวิ่งมาดู Amanda ขอเขียนเป็นบทสนทนาเลยละกัน สำหรับสองซี้คู่นี้ และจบเรื่อง

Amanda : เยี่ยม! …หลังจากฆ่าอสรพิษแห่ง Midgard ธอร์ก็ตาย
Lara : ไม่ ถ้าเราหาทางออกจากที่นี่
Amanda : (พยายามใช้พลังเพื่อยกหินออก แต่ไม่สำเร็จ) ให้ตายเถอะ พลังฉันจะหมด, เหมือนกับตอนอยู่ Bolivia , ข่าวดีคือเราช่วยโลกไว้ได้ แต่ข่าวร้ายคือเรากำลังจะตายที่นี่ เหมือนแม่ของเธอไง …
…ลาร่าโมโห กะว่าจะซัดหน้านังนี่ซักที แต่ทั้งสองก็เหลือบไปเห็นแท่นหิน Stone Dais และก็ดาบ Excalibur
Lara : แม่ฉันต้องเคยลองใช้มันเพื่อออกไปจากที่นี่แน่ๆ แต่คงไม่รู้ว่าทำยังไง , ถ้าดึงดาบออกจากแท่นจะเป็นการนำแม่มาที่นี่ แล้วอะไรจะเกิดขึ้นถ้าตอนนี้เราอยู่ที่นี่ แล้วดึงดาบออก
Amanda : บางทีมันอาจจะพาเธอไปลงนรกล่ะมั้ง

Lara : เหลือบไปเห็นเศษหินที่ตกอยู่จึงจับเข้าไปใส่ในรอยแตกเดิม ทำให้เครื่องทำงาน แต่ลาร่าต้องกดหินไว้ตลอด
Lara : บ้าจริง, ฉันจับดาบไม่ถึง แต่เธอถึง
Amanda : แล้วเธอล่ะ ?
Lara : ฉันจับมือเธอได้ถ้าเธอยื่นมือมา
Amanda : เธอเชื่อใจฉันหรอ ?
Lara : เราไม่มีเวลาแล้วนะ

….Amanda จับดาบเตรียมที่จะดึง พร้อมกับยิ้มแบบตัวโกง คงคิดในใจว่าจะพาลาร่าไปด้วยดีมั้ยน้า…คิดไปคิดมา

Amanda : มือซ้ายดึงดาบ พร้อมบอกลาร่า “ตอนนี้ล่ะ” แล้วเอื้อมไปจับมือลาร่า
….ทันใดนั้นสิ่งประดิษย์ที่เป็นเหมือนประตูมิตินี้ ก็ได้พาทั้งสองโผล่มายังที่ไหนซักแห่ง….ซึ่งก็ืืคือวัดโบราณ Bolivia ใน Nepal ซึ่งเป็นที่ที่แม่ลาร่าหายไปนั่นเอง…

 

 

Amanda : ทำท่าเหมือนกำลังจะใช้พลัง
Lara : กลับมาที่นี่อีกแล้ว…ว่ามั้ย ?
Amanda : อะไร คิดว่าเราเป็นคู่กันงั้นหรอ ?
Lara : แล้วถ้าฆ่าฉันจะทำให้เราเป็นคู่กันมั้ยล่ะ ?

จากนั้น Amanda ก็เดินจากไป ส่วนลาร่า ก็หยิบรูปตรงพื้นขึ้นมา ซึ่งเป็นรูปวาดในอดีตในวันที่แม่หายไป
Lara : ลาก่อนแม่จ๋า ขอให้ไปสู่สุขติ

 

 

จบแบบ…. (ไม่ Happy เท่าไหร่ ?)

 

The End…

รายละเอียดเรื่องทั่วไปที่น่ารู้

: ตัวละคร

Lara Croft 
ตัวเอกของเรื่องนั่นเอง ซึ่งเป็นตัวที่ผู้เล่นจะได้บังคับตลอด

Amanda Evert
เป็นเพื่อนเราแหละ ในภาค Legen ซึ่งเราคิดว่าเธอตายแล้ว ในสุสานของราชินีองค์สุดท้ายแห่ง Tiwanaku ใน Peru

Jacqueline Natla
เป็นอมตะ เป็นราชินีแห่ง Atlantis และเป็น CEO ของ Natla Technologies

Alister Fletcher
เป็นเพื่อนของลาร่าและผู้ติดตามของ นักโบราณคดี

Zip
เป็นเพื่อนและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี
Winston Smith
พ่อบ้านของตระกูลครอฟ
Professor Eddington
ศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งช่วยให้เบาะแสเกี่ยวกับ Avalon ในทะเลเมดิเตอเรเนี่ยน
Lara’s Doppelganger
ร่างก๊อปปี้ของลาร่า ซึ่งเก่งกาจมากเลยทีเดียว ลาร่าสู้ไม่เคยได้เลย -3-

: สถานที่

Valhalla
หรือ Hall of the Slain ห้องเกียรติยศแห่งผู้กล้า วิญญานผู้ที่ตายอย่างสมศักดิ์ศรีจะมาอยู่ที่นี่ และที่นี่เป็นที่ปกป้องสิ่งประดิษฐ์ล้ำค่าอย่าง Mjolnir ค้อนสายฟ้านั่นเอง
Niflheim 
อาณาจักรแห่งความมืดมิด เป็นหนึ่งใน 9 โลกของตำนานของชาวนอร์ส (Norse) หรือชาวเหนือ หรือชาวสแกนดิเนเวีย หรือที่ทั้งโลกรู้จักในนามไวกิ้งนั่นแหละครับ อยู่บน Yggdrasil ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ค้ำจุลโลกไว้  (World Tree) โดยโลก Niflheim เปรียบได้กับนรก , ต้นกำเนิดของความวุ่นวาย และใต้โลก Niflheim คือ Helheim ซึ่งเป็นที่อยู่ของผู้ที่ตายอย่างไม่สมศักดิ์ศรีในสงคราม (ซึ่ง Helheim ก็คือ Avalon นั่นเอง)
Midgard
หรือ Middle Earth ซึ่งก็คงจะเป็นโลกของเรานั้นเอง
Valgrind
ประตูศักดิ์สิทธิ์สู่ Valhalla
Wraith Stone
หลายปีก่อน (ในภาค Legen) Amanda และ Lara ขุดหลุมศพของราชินีองค์สุดท้ายแห่ง Tiwanaku ที่ Peru โดย Amanda ค้นเจอหินและรู้วิธีใช้มัน

: เหตุการณ์สำคัญ

– การหายตัวไปของแม่
ในปี 1977 (ตอนนี้ลาร่าอายุ 9 ขวบ) หลังกลับจากการไปเล่นสกี แม่กับลาร่านั่งเครื่องบินส่วนตัว ผ่านมาบริเวณ Himalayas , Nepal ท้องฟ้าแปรปวน เกิดพายุ ฝนตกหนัก จนทำให้เครื่องบินตก ทั้งคู่รอดชีวิตอยู่ และพบกับซากวัดโบราณ แม่และลาร่ากำลังหาอะไรที่พ่อจะก่อไฟได้ และแล้วลาร่าก็ไปเจอแท่นหินโบราณ ตรงกลางมีดาบปักอยู่ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น จึงไปสัมผัสกับดาบเพียงเล็กน้อย ทำให้อุปกรณ์นี้ทำงาน มันดูเหมือนเป็นประตูมิติ… เมื่อแม่กลับมาเห็น ก็ตกใจและได้ยินแสดงพูดถึงลาร่าออกมาจากประตูมิตินั้น ด้วยความเป็นห่วงลาร่ากลับว่าจะเกิดอันตราย มีอะไรโผล่ออกมา ด้วยความไม่รู้จึงดึงดาบออก และทำให้แม่ลาร่าหายเข้าไปในประตูมิติ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการหายไปขางแม่ลาร่า … ทำให้เหตุการณ์ในครั้งนี้ มีเพียงลาร่ากลับมาเพียงลำพัง…

– ความสัมพันธ์ระหว่าง Lara กับ Amanda
จริงๆ ทั้งสองคนนี้เป็นคู่ซี้ เป็นเพื่อนกันในมหาลัย และเดินทางไปทำวิจัย สำรวจ กับเพื่อนๆ หลายคนเลย ที่ Peru และทุกคนถูกโจมตีโดนสัตว์ประหลาด แต่ Amanda ก็กดโดนกลไกบางอย่างทำให้สัตว์ประหลาดนั้นหายไป แต่ถ้ำก็ถล่ม หินทับขา Amanda น้ำก็กำลังท่วม ประตูก็กำลังจะปิด ลาร่าพยายามยันประตูไว้ น้ำท่วมมิดหัว ลาร่าฝืนอยู่จนไม่ไหวแล้ว ต้องรีบออกไปก่อน ตัดใจและปล่อยให้ร่างของ Amanda หลับไหลอยู่ใต้น้ำ ใต้พื้นดินแห่งนี้ตลอดไป…
และผ่านมาหลายปี ในขณะที่เรากำลังตามหาแม่และเรื่องราวเกี่ยวกับดาบ Excalibur ลาร่าก็ได้พบกับ Amanda อีกครั้ง ในครั้งนี้เธอได้ใช้พลังและกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดโจมตีเราด้วยความแค้น แต่เราก็จัดการหยุดเธอได้ แต่ก็ไม่ฆ่า Amanda เพราะได้ยินเธอพูดถึงอะไรเกี่ยวกับ Avalon บอกแม่ของเราอยู่ที่นั่น ด้วยความหมั่นใส้จึงฟาดเจ้ Amanda สลบไปและเก็บสร้อยนั้นมา สร้อยนั้นก็คือ Wraith Stone ที่ Amanda ค้นพบก่อนที่เธอจะถูกทับถมอยู่ในถ้า แต่เธอไม่ตายเพราะอำนาจของ Wraith Stone ได้ช่วยเธอไว้ เธอรู้วิธีใช้มัน… พอมาภาค Underworld,  Amanda ให้ร่างก๊อปปี้ลาร่า มาขโมย Wraith Stone ไปและเผาทำลายคฤหาสน์ …

ผิดพลาดตรงไหนบอกได้คร้าบ เดี๋ยวต่อไปคงจะได้เขียนเรื่องของภาค Legend ด้วยแล้วล่ะ … Zzz

Ref.
Very Thanks to
http://www.wikiraider.com/index.php/Tomb_Raider_Underworld