Flash – Symbol แบบ Movie Clip

25/03/2013

เริ่มเดินทางอีกครั้งกับ The Elder Scrolls V – Skyrim !!!

30/04/2013

Flash – มีอะไรอยู่บน Timeline

27/04/2013
empty image
empty image

Timeline

ใกล้จะถึงเรื่องการทำแอนิเมชั่นแล้วสิ วันนี้จะพูดถึง Timeline และรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง …
เปรียบแบบวิทยาศาสตร์นิดนึง

Timeline แปลตรงตัวก็คือเส้นเวลา ใน Timeline เป็นเหมือนตัวที่บรรจุเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทุกฉาก ก็จะมี
Scene ก็คือฉากๆ หนึ่งนั่นแหละ เปรียบเหมือน Storyboard ฉากก็จะประกอบไปด้วยเหตุการณ์ต่างๆ ทั้ง Layer และ Frame
Layer เป็นเหมือนชั้นของวัตถุ ที่อยู่ ณ ตำแหน่งต่างๆ ในเวลาเดียวกัน
Frame คือ กรอบที่บอกว่าเวลานี้อ่ะ มีเหตุการณ์อะไรกำลังเกิดเหตุขึ้นอยู่
Keyframe เป็นเหมือนกรอบหนึ่งที่มีวัตถุอยู่ และเป็นตัวกำหนดการเริ่มต้นและการเปลี่ยนแปลงของภาพหรือเหตุการณ์
 Bank Keyframe เหมือนข้างบนแหละ เพียงแต่มันยังไม่มีภาพ ไม่มีเหตุกาณ์
 Bank frame เป็นกรอบเวลาที่ว่างเปล่า ไม่มีวัตถุ ไม่มีภาพ ไม่มีเหตการณ์ -0-

โอ้วววว ดูเป็นวิทยาศาสตร์จังเลย (ประชดรึเปล่า ?)

เปรียบใหม่ดีกว่า
ภาพยนต์เรื่องหนึ่งความยาว 1 นาที เรื่อง ชมพระอาทิตย์ตกดิน
ความยาวแผ่นฟิล์ม 1 ม้วน ก็คือ Timeline
ใน 1 ม้วนก็มีหลายฉาก(Scene) ในเรื่องนี้มี 2 ฉาก คือฉากพระอาทิย์ตก และพระอาทิตย์ขึ้น
ในแต่ละฉาก มันจะประกอบด้วยวัตถุหลายอย่าง คือ

ฉากแรก
– ภูเขา
– ท้องฟ้า
– ดวงอาทิตย์
ฉากที่สอง
– ภูเขา
– ท้องฟ้า
– ดวงอาทิตย์
เหมือนกันทั้งสองฉาก -.-

ทั้งหมดที่กล่าวมามันคือ Layer นะ
ต่อกันเลย ในชั้นต่างๆ เนี่ย มันก็จะมีกรอบที่บอกว่าเราทำอะไรอยู่ กรอบนี้
เอาแค่ฉากแรกนะ สมมติว่าฉากนี้ ทุกอย่างนิ่งสนิท ไม่เคลื่อนไหว ยกเว้นพระอาทิย์ ที่กำลังตกดิน
ใน Frame แรก ทุกอย่างในฉากนี้ถูกกำหนดเหตุกาณ์เริ่มต้นขึ้นมา คืออยู่นิ่งๆ ซึ่งก็คือทุกอย่างถูกกำหนดเป็น Keyframe หรือจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์
ต่อมาใน Frame สุดท้ายของฉาก ทุกอย่างก็นึ่งเหมือนเดิม ยกเว้นดวงอาทิตย์ ดังนั้นเฉพาะดวงอาทิตย์เท่านั้น ที่ถูกกำหนด KeyFrame อีกครั้ง ส่วนวัตถุอื่นก็เป็นแค่เฟรมธรรมดา ดวงอาทิตย์ถูกกำหนด KeyFrame หรือการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลงยังไง….. ใช่ มันตกดิน (โดนแรงดึงดูดของโลกเลยตกดิน ฮา….) ดังนั้น ดวงอาทิตย์จึงมีเหตการณ์ที่เปลี่ยนแปลง 2 เหตการณ์คือ อยู่นิ่งบนฟ้า กับ ตกดิน
จบฉาก 1…. ฉาก 2 ก็เหมือนฉาก 1 ทุกประการ เพียวแต่ จากอวงอาทิตย์ตกเป็นขึ้น….
และก็จบการอธิบาย….

สรุป
ในหนัง 1 เรื่อง มี Timeline
ใน Timeline มี Scene
ใน Scene มี Layer
ใน Layer มี Frame
ใน Frame มีภาพเหตุการณ์ ณ เวลาหนึ่ง

สุดยอดเลย เข้าใจง่ายสุดๆๆ (จริง ?)

มาเข้าเรื่องโปรแกรม Flash กันเถอะ (แล้วที่เขียนๆ อะไรข้างบนมันไม่เกี่ยวเลยใช่มั้ย ?)
อธิบายส่วนประกอบต่างๆ ก่อน แล้วจะลองทำแอนิเมชั่น

กรอบนี้เรียกว่า Timeline ในนี้ก็ประกอบด้วยอะไรต่างๆ ที่บอกไว้ข้างบน

ปรับมุมมองของ Timeline

ความแตกต่างของการตั้งค่ามุมมอง Timeline แบบต่างๆ

เพิ่มเติม
Short คือ คือย่อขนาดของเฟรมให้เล็กลง…นิดนึง
Tinted Frames คือการย้อมสีเฟรมที่มีวัตถุอยู่ (เฟรมที่ไม่ว่างเปล่า)

Scene
ทันทีที่เราเปิดโปรแกรมและเลือกประเภทของงานที่จะสร้าง โปรแกรมจะสร้างฉากมาให้เลย คือ Scene 1 แต่สามารถสร้างเพิ่มได้

จัดการกับฉาก
โดยการเปิด Panel Scene ขึ้นมา โดยไปที่แถบเมนู > Other Panels > Scene หรือกด [Shift+F12]

สร้างฉากใหม่ (Insert)
 – กดปุ่ม New Scene เป็นปุ่มแรก ที่อยู่ด้านล่างซ้าย หรือแถบเมนู Insert > Scene
เปลี่ยนชื่อฉาก (Rename)
 – ดับเบิ้ลคลิกที่ชื่อฉากนั้น
เปลี่ยนลำดับฉาก (Arrange)
– คลิกค้างฉากที่ต้องการ แล้วเลื่อน ขึ้นหรือลง
คัดลอกฉาก (Duplicate)
 – คลิกเลือกฉากที่ต้องการจะคัดลอก แล้วกดปุ่ม Duplicate  Scene ปุ่มตรงกลาง
ลบฉาก (Delete)
– คลิกเลือกฉากที่ต้องการลบ แล้วกดปุ่มรูปถังขยะ มันจะให้เรายืนยันว่าต้องการจะลบหรือไม่

Layer

สร้างเลเยอร์ (Insert)

วิธีที่ 1 ไปที่แถบเมนูเลือก Insert > Timeline > Layer
วิธีที่ 2 กดปุ่ม New Layer  ใน timeline เป็นปุ่มเล็กๆ

 

วิธีที่ 3 คลิกขวาที่เลเยอร์อะไรก็ได้ แล้วเลือก Insert Layer

คัดลอกเลเยอร์ (Duplicate)
ไม่มีนะ ไม่สามารถทำได้ -0-
แต่ถ้าอยากก๊อป สามารถใช้วิธีก๊อปปี้เฟรมทุกเฟรมในเลเยอร์ แล้วสร้างเลเยอร์ใหม่มาแล้ววางเฟรม

ลบเลเยอร์ (Delete)

วิธีที่ 1 คลิกที่เลเยอร์ที่ต้องการ แล้วเลือก Delete Layer

 

วิธีที่ 2 เลือกเลเยอร์ แล้วกดรูปถังขยะ หรือจะลากเลเยอร์ที่จะลบมาวางที่ถังขยะก็ได้

Note: 
**เลเยอร์ ไม่สามารถมีน้อยกว่า 1 เลเยอร์ คือถ้ามีอยู่ 1 มันจะลบไม่ได้
**การลบเฉพาะข้อมูล หรือวัตถุต่างๆ ที่อยู่ในเลเยอร์ ณ ตำแหน่งที่หัวอ่านชี้อยู่ ทำได้โดยกด Delete

เปลี่ยนชื่อ (Rename)

 วิธีที่ 1 ให้ดับเบิ้ลคลิกที่ชื่อของเลเยอร์ที่ต้องการเปลี่ยน

 

วิธีที่ 2 ที่แถบเมนู Modify > Timeline > Layer Properties
 วิธีที่ 3 คลิกขวาที่เลเยอร์ที่ต้องการแล้วเลือก Properties…


โฟลเดอร์ (Folder)
สร้างไว้เก็บ Layer

 วิธีที่ 1 คลิกที่รูปโฟรเดอร์นั่นแหละ

 

วิธีที่ 2 ไปที่แถบเมนูเลือก Insert > Timeline > Layer Folder
 วิธีเอาเลเยอร์มาใส่ในโฟลเดอร์
 – คลิกที่เลเยอร์ แล้วลากมาใส่

จัดการสถานะต่างๆ ของ Layer
แสดงหรือซ่อน (Show or Hide Layer) ถ้าเลเยอร์อยู่ในสถานะซ่อน ก็จะมองไม่เห็น (ก็มันซ่อนอยู่)
– คลิกที่จุด ในแถวที่เป็นรูปตา
ล๊อกหรือปลดล๊อก (Lock or Unlock Layer) ถ้าเลเยอร์อยู่ถูกล๊อก มันก็จะแก้ไขอะไรไม่ได้
– คลิกที่จุด ในคอลัมน์ที่เป็นรูป แม่กุญแจ
แสดงแต่โครงร่าง (Show Layer as Outline) มันก็จะแสดงแต่เส้นขอบ โดยขอบก็จะ เป็นสีตามนั้นแหละ
– คลิกที่จุด ในคอลัมน์ที่เป็นกรอบกรูปสี่เหลี่ยม

การเลือกแบบหลายเลเยอร์
เลือกเปลี่ยนทั้งหมด

แสดงหรือซ่อนทั้งหมด (Show or Hide All Layers)
คลิกที่รูปตา ซึ่งอยู่ด้านบนสุด

ล๊อกหรือปลดล๊อกทั้งหมด (Lock or Unlock All Layers)
คลิกที่รูป แม่กุญแจ ซึ่งอยู่ด้านบนสุด

แสดงปกติหรือแสดงโครงร่างทั้งหมด (Show All Layers as Outline)
คลิกที่รูป กรอบสี่เหลี่ยม ซึ่งอยู่ด้านบนสุด

เปลี่ยนแบบลาก
คืออยากจะเปลี่ยนสถานะแบบไหน ก็ลากเฉพาะในคอลัมน์นั้น โดยการคลิกที่จุด แล้วลาก มันจะเปลี่ยนสถานะไปเป็นตรงข้าม ลองลากไปลากมาดู มันก็สนุกดี 55+

เปลี่ยนสถานะเฉพาะเลเยอร์ที่เราไม่เลือก -0-
โดยการกด Alt ค้าง จากนั้นไปคลิกที่เลเยอร์ที่เราไม่ต้องการให้เปลี่ยน








จัดการทุกอย่างเกี่ยวกับเลเยอร์ในที่เดียวโดย Layer Properties
สามารถเข้าหน้าต่างนี้โดย คลิกขวาที่เลเยอร์ที่ต้องการแล้วเลือก Properties…

 Name: ชื่อเลเยอร์
 Show ติ๊ก เพื่อแสดงเลเยอร์
 Lock ติ๊ก เพื่อล๊อกเลเยอร์
 Type: (ชนิด เป็นได้แค่ 1 ชนิดเท่านั้น)
Normal เลเยอร์ธรรมดาๆ นี่แหละ
Mask เลเยอร์มาสก์ เอาไว้บัง ดูเพิ่มเติม…. Mask
Masked เลเยอร์ที่ถูกเลเยอร์มาสก์มาบัง
Folder โฟลเดอร์ ไว้เก็บเลเยอร์
Guide เลเยอร์ที่เป็นเส้นไกด์ ดูเพิ่มเติม…
Outline color: เป็นเหมือนสีประจำตัว เป็นสีเวลาเรากดดูเฉพาะโครงร่าง ซึ่งมันจะเป็นสีนี้แหละ
 View layer as outlines แสดงวัตถุในเลเยอร์เป็นเส้นโครงร่าง
Layer height: ปรับขนาดความสูงของช่องเลเยอร์

จัดการลำดับเลเยอร์
ลำดับของเลเยอร์นั้น มีผลต่อการแสดงผลของวัตถุ เลเยอร์ที่อยู่ชั้นบนสุด จะแสดผลหน้าสุดใน Stage หน้าแดสงผลนั่นแหละ ตัวอย่าง

ลำดับเลเยอร์เรียงดังนี้
1.ภูเขาอยู่ฟน้าสุด
2.ดวงอาทิตย์อยู่หลังภูเขา
3.ก้อนเมฆอยู่หลังดวงอาทิตย์
4.ท้องฟ้าอยู่หลังสุด
ภาพที่ได้ 

 

แต่ถ้า เปลี่ยนลำดับเลเยอร์เป็น
1. ก้อนเมฆอยู่หน้าสุด
2. ดวงอาทิตย์หลังก้อนเมฆ
3. ภูเขาอยู่หลังดวงอาทิตย์
4. ท้องฟ้าอยู่หลังสุด
ภาพที่ได้ …ดูแล้วมันจะแปลกๆ ดวงอาทิตย์ มาอยู่หน้าภูเขา…
     ดังนั้น การแยกวัตถุแต่ละชิ้น ไปใส่คนละเลเยอร์ จะทำให้สามารถจัดลำดับของวัตถุได้ง่าย และภาพออกมาดูแล้ว มันถูกต้องอ่ะ
การเปลี่ยนลำดับเลเยอร์
สามารถทำได้โดยการ คลิกซ้ายค้างที่เลเยอร์ที่ต้องการเลื่อน แล้วก็ลาก ขึ้นหรือลง …

Frame

เริ่มต้นนั้นโปรแกรมจะกำหนดเลเยอร์มา และคีย์เฟรม (Keyframe) มาให้ แต่เป็นคีย์เฟรมที่ว่างเปล่า
ชนิด หรือลักษณะของเฟรม เท่าที่เห็น มันมีแตกต่างกันอยู่หลายแบบ ดังนี้….

เฟรมหลักๆ

คีย์เฟรม (Keyframe) เฉพาะคีย์เฟรมเท่านั้นที่มีวัตถุอยู่และเราสามารถแก้ไขได้

 

คีย์เฟรมที่ว่าง ไม่มีวัตถุใด (Blank Keyframe)

เฟรมที่ว่าง ไม่มีวัตถุใด (Blank frame)

เฟรมลักษณะอื่นๆ

เฟรมที่มีการใส่ Action Script
เฟรมที่มีการสืบทอดเหตุการณ์มาจากคีย์เฟรมทางด้านซ้าย

 

เฟรมที่มีการใส่กระดูก

 เฟรมการเลื่อนไหวแบบ Motion Tween

เฟรมของ Shape Tween

เฟรมของการเคลื่อนที่แบบ Classic Tween

เฟรมที่มีการใส่ป้ายกำกับ (Label) เป็นแบบคำอธิบาย (Comment)

เฟรมที่มีการใส่ป้ายกำกับ (Label) เป็นแบบชื่อ (Name)

เฟรมที่มีการใส่ป้ายกำกับ (Label) เป็นแบบจุดเชื่อม (Anchor)

Label เนี่ย มันเอาไว้สำหรับคนที่เขียน Action Script ไว้เรียกหา เรียกใช้ เหมือนเรียกชื่อตัวแปลไรงี้….สำหรับพื้นฐาน ไม่ต้องไปสนใจก็ได้

เฟรมที่อยู่ระหว่างคีร์เฟรม 2 อัน หรืออยู่ระหว่าง Motion บางประเภท (เขาเรียกว่าอะไรหว่า) เฟรมแบบนี้เราไม่สามารถแก้ไขวัตถุในเฟรมได้ ต้องแก้ที่คีย์เฟรม

การใส่เฟรม
ในการเพิ่มเฟรม มันจะสืบทอดวัตถุที่อยู่ในคีย์ทางซ้ายมือมาด้วย
วิธีที่ 1 คลิกซ้ายที่ช่องเฟรม ที่เราต้องการใส่เฟรม แล้วกด [F5] วิธีที่ 2 คลิกขวาที่ช่องเฟรมแล้วเลือก Insert Frame
วิธีที่ 3 คลิกซ้ายที่ช่องเฟรม จากนั้นไปที่แถบเมนู Insert > Timeline > Frame

การใส่คีย์เฟรม (Insert Keyframe)
ในการเพิ่มคีย์เฟรม มันจะสร้างคีย์เฟรม และก็จะสืบทอดวัตถุที่อยู่ในคีย์ทางซ้ายมือมาด้วย
วิธีที่ 1 คลิกซ้ายที่ช่องเฟรม ที่เราต้องการใส่เฟรม แล้วกด [F6] วิธีที่ 2 คลิกขวาที่ช่องเฟรมแล้วเลือก Insert Keyframe
วิธีที่ 3 คลิกซ้ายที่ช่องเฟรม จากนั้นไปที่แถบเมนู Insert > Timeline > Keyframe

การใส่ Blank Keyframe
คลิกที่ช่องเฟรม แล้วกด [F7] วิธีอื่นๆ ดูข้างบนละกัน แค่เปลี่ยนชื่อ…

วิธีการใส่เฟรมแบบต่างๆ โดยการคลิกขวา
ภาพเดียว ใส่ที 3 แบบเลย 555+
วิธีใส่เฟรมโดยการเลือกที่เมนู Insert > Timeline > ………..ชนิดของเฟรม………..

การจัดการกับเฟรม

การเลือก
เลือกหลายเฟรมแบบติดกัน
– คลิกเฟรมเริ่มต้น + Shift ค้าง + คลิกเฟรมสุดท้าย ทุกเฟรมที่อยู่ระหว่างเฟรมทั้งสองจะถูกเลือก รวมทั้งสองเฟรมนั้นด้วย
– ใช้เม้าคลิกที่เฟรมเริ่มต้น จากนั้นลากยันเฟรมสุดท้ายที่ต้องการ ทุกเฟรมระหว่างทางจะถูกเลือก (คลิกแค่ 1 ครั้งแล้วลากยาวเลย)

เลือกหลายเฟรมแบบเลือกทีละเฟรม (งง)
– กด Ctrl ระหว่างการใช้เม้าคลิกเลือกเฟรมต่างๆ

เลือกทั้งหมด
– กด [Ctrl+Alt+A] จะเป็นการเลือกเฟรมทั้งหมดใน Timeline
– กด [Ctrl+A] ก็เป็นการเลือกคีย์เฟรมทั้งหมด แต่เฉพาะที่หัวอ่านชี้อยู่เท่านั้น

หลังจากเลือกเฟรมแล้วก็สามารถ…

ลบเฟรม (Remove)
  หลังจากเลือกแล้ว ก็สามารถลบเฟรมได้โดยการ
– กด [Shift+F5] – คลิกขวาแล้วเลือก Remove Frames
– Edit > Timeline > Remove Frames

ตัด ( Cut)
หลังจากเลือกแล้ว…
– [Ctrl+Alt+X] – จากนั้นคลิกอีกครั้งเพื่อลาก (ให้ขึ้นเป็นกรอบสี่เหลี่ยม) ไปตำแหน่งที่ต้องการ
– คลิกขวาแล้วเลือก Cut Frames จากนั้นไปเลือกเฟรมที่ต้องการ แล้วคลิกขวาเลือก Past Frames
– Edit > Timeline > Cut Frames

คัดลอก (Copy)
หลังจากเลือกแล้วก็…
– [Ctrl+Alt+C] – Alt ค้าง แล้วลากเฟรมนั้นไปยังเฟรมอื่นที่ต้องการ (หรือจะลากมาแล้วค่อยกด Alt ก็ได้)
– คลิกขวาแล้วเลือก Copy Frames จากนั้นไปเลือกเฟรมที่ต้องการ แล้วคลิกขวาเลือก Past Frames
– Edit > Timeline > Copy Frames

การวาง (Past)
หลังจากตัด หรือคัดลอกมาแล้ว เราก็ต้องมาวางโดยการเลือกที่เฟรมที่จะทำการวางแล้วกด…
– [Ctrl+Alt+V] – คลิกขวาแล้วเลือก Past Frames
– Edit > Timeline > Past Frames

การเลือกโดยการคลิกขวาที่เฟรม ….
การเลือกโดยการไปที่แถบเมนู
Edit > Timeline > ……จะทำไร…..

Note:
การเลือกเฟรมแล้วกดปุ่ม Delete เป็นการลบวัตถุที่อยู่ในเฟรมนั้น ไม่ได้เป็นการลบเฟรม พอกดลบ วัตถุในเฟรมก็จะหายไปหมด มันก็จะกลายเป็นเฟรมว่างๆ

ที่อธิบายมา แค่ลองทำ ก็จะเข้าใจเอง… ไม่รู้จะอธิบายให้ยุ่งยากทำไมเนอะ -__-
มาเริ่มทำ Animation กันเลยดีกว่า

เริ่มต้น วาดรูปวัตถุทั้งหมดในฉาก แล้วเปลี่ยนเป็น Symbol

ฉากที่ 1 – SunSet
Step 1
– สร้าง Symbol ใหม่แบบ Graphic
– วาดฉาก ภูเขา ทั้งฟ้า ก้อนเมฆ โดยวัตถุแต่ละชิ้นให้แยกอยู่คนละเลเยอร์

– วาดดวงอาทิตย์ และเปลี่ยนเป็น Symbol แบบ Movie Clip

– ตั้งชื่อเลเยอร์ง่ายๆ เป็นภาษาไทยก็ได้ (เพื่อความเข้าใจง่าย)
– แล้วนำวัตถุแต่ละชิ้น มาใส่ในเลเยอร์ โดย 1 วัตถุ ต่อ 1 Layer (จริงๆ ไม่จำเป็น แต่เพื่อความง่ายในการแก้ไข สำหรับพื้นฐานทำแบบนี้ สบายดี ง่ายต่อการจัดการ)

Step 2
– ปรับ fps จริงๆ ก็แล้วแต่เลยนะ แต่ผมใส่ 24 (มันตั้งมา 55+)
– ใส่ Frame ให้ทุก Layer ใน Frame ที่ 48 โดยกด [F5] – ใส่ Keyframe เฉเพาะ Layer ดวงอาทิตย์ใน Frame ในเฟรมสุดท้าย ในกรณีนี้คือ 48 โดยกด [F6] – ในเฟรมที่ 48 ให้ลากพระอาทิตย์ลงไปใต้ภูเขา

Step 3
– ทำการใส่การเคลื่อนที่ โดยเลือก คลิกขวา Frame ไหนก็ได้ใน Layer ดวงอาทิตย์ แล้วเลือก
Create Classic Tween
– ได้แล้ว เสร็จเรียบร้อย ลองดูว่ามันเคลื่อนไหวมั้ย ถ้าไม่ก็… ผิดหน่ะสิ

เป็นอันว่าเสร็จแล้ว ให้กลับมาที่หน้าแก้ไขฉาก 1 (Scene 1) แล้วลาก Symbol ที่ทำข้างบนมาใส่ จากนั้นใส่เฟรมไป 48 ช่อง เพราะ
Symbol ประเภท Graphic มันจะเล่นตาม Timeline หลัก ถ้าใน Symbol นั้นมี 48 Frame แต่ใน Scene เราใส่เฟรมแค่ 1 เฟรม Symbol ที่เราเอามาใส่ มันจะถูกเล่นแค่ 1 เฟรม จากนั้นมันก็จบ แล้วก็ไปเล่นฉากที่ 2 ต่อ ถ้าฉากที่ 2 มีแค่ 1 เฟรม มันก็จะเล่นวนไปมาแค่ 2 เฟรม ทำให้เกิดเป็น ดวงอาทิตย์กระพริบ….

**งั้นเราก็เปลี่ยนจาก Symbol แบบ Graphic ไปเป็นแบบ Movie สิ
แบบนี้ก็ได้ครับ แต่ก็ต้องกำหนดให้ฉากที่ 1 มี 48 เฟรมเหมือนเดิม เพราะเราต้องให้เวลาในการเล่น Symbol พระอาทิตย์ตก 48 เฟรม ก่อนที่จะข้ามไปฉากที่ 2 ถ้ากำหนดให้ฉากที่ 1 นี้มี 1 เฟรม มันก็จะกระพริบเหมือนกัน

อะไรฟ่ะ เขียนเองยังงงเอง เอาเป็นว่า ข้ามๆ ไปก็ได้ 55+
คือตรงนี้จะเป็น Graphic หรือ Movie Clip ก็ได้ ยังไม่มีผลอะไร เพียงแต่ถ้าใช้ Synbol แบบ Graphic มันสามารถกด Enter ดูการเคลื่อนไหวในโปรแกรมได้เลย ยังไม่ต้อง Publish

ต่อไปฉากที่ 2 – SunRise
ทำเหมือนกับข้างบนเป๊ะๆๆๆๆๆ
ที่ต่างกันคือ ในฉากที่สอง เฟรมแรกดวงอาทิตย์จะอยู่ด้านล่าง เฟรมที่ 48 ดวงอาทิตย์จะอยู่ด้านบน

เมื่อทำเสร็จเรียบร้อย จะเห็นว่าหนังที่ออกมา มันจะเล่นฉาก 1 จากนั้นก็ไปฉาก 2 และจบ …แล้วก็กลับไปฉาก 1 วนไปเรื่อยๆ
ตัวอย่างที่เสร็จแล้ว

ไฟล์โหลด :