สร้างปุ่มกดด้วย PowerPoint นำไปใช้ได้หลากหลาย

14/04/2014

ในที่สุด Microsoft ก็ควบคุมกิจการของ Nokia แล้วอย่างเป็นทางการ

26/04/2014

บรรยากาศ “บ้านนอก” ในช่วงสงกรานต์

23/04/2014
empty image
empty image

     

jefflynchdev.files.wordpress.com (รูปไปขโมยของชาวบ้านเขามานะ อิอิ)

           ไอ้เราเป็นคนต่างจังหวัด พอถึงช่วงสงกรานต์ก็ต้องกลับบ้านเกิดไปเล่นสงกรานต์ พบปะครอบครัว ผู้หลักผู้ใหญ่ ญาติๆ ซึ่งโอ้ยบอกได้เลยว่าเยอะมากกกก ไม่รู้ใครเป็นใคร ผมจำได้ไม่กี่คนหรอก -__- ได้ไปรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุในหมูบ้าน ซึ่งเขาจะจัดในวัด แล้วก็จะให้ผู้สูงอายุนั่งเก้าอี้ซึ่งจัดเป็นแถว แล้วก็ให้คนในหมู่บ้านต่อแถวกันเดินไปรดน้ำ เออ ผมว่ามันก็ดีอ่ะ อีกใจนึงก็ฮาดี เดินรดน้ำตายายใครมั่งก็ไม่รู้ตั้ง 20 กว่าคน ฮ่าๆๆ สงกรานต์ผมก็ไม่ได้ไปไหน อยู่แต่ในบ้าน นั่งดูรายการทีวีไป เล่นเกมมั่งหล่ะ กับท่องอินเทอร์เน็ต … เอ่อ เรื่องอินเทอร์เน็ต ในหมู่บ้านจะมีใครก็ไม่รู้เอา Wi-Fi มาลงไว้ ลงไว้หลายหมู่บ้านเลย แล้วก็จะมีตัวแทนขายบัตร โดยมีแพ็กเกจคือ

1 วัน 20 บาท
3 วัน 50 บาท
7 วัน 100 บาท
30 วัน 300 บาท

และยังมีโปรโมชั่นพิเศษคือ เก็บบัตรในแพ็กเกจที่เหมือนกัน 10 ใบแลกใช้งานแพ็กเกจนั้นได้อีก 1 ใน -..-
ส่วนความเร็วก็โหลดหน้าแรก FaceBook ก็… 5 นาทีอ่ะ ฮ่าๆๆ แต่บางครั้งก็เร็ว บ้างช้า บ้างก็หลุด ซึ่งเป็นเรื่องปกติของ Wi-Fi บ้านนอกฮ่าๆ

         มาพูดถึงบรรยากาศทั่วไปบ้าง ในตอนกลางวันนั้นร้อนมากถ้าคุณไม่อยู่ในร่ม มันร้อนเพราะแดด แต่ถ้าได้เข้าร่มในบ้านก็อากาศก็ไม่ถึงกับร้อนนะ ปกติอ่ะ ถ้าเทียบกันกรุงเทพตอนนี้แล้ว บอกได้เลยว่า บ้านนอกเย็นกว่า และถ้าเข้าร่มใต้ต้นไม้นะ บอกได้เลยเย็นสบายมาก มีลมพัดอยู่ตลอด (กลางทุ่งอ่านะ) เรื่องน้ำนี่อาบน้ำบาดาลและมีน้ำจากห้วยด้วยมั้ง ส่วนน้ำดื่มจะเป็นน้ำฝนซึ่งเก็บไว้ในโอ่ง ต่อให้ฝนไม่ตก 1 ปีก็มีน้ำกินอ่ะ เพราะทุกบ้านมีโอ่งกันทั้งนั้น ฮ่าๆๆ

       ตอนกลางคืน…มาแล้วบรรยากาศบ้านนอก ทุกบ้านไม่รู็จะรีบนอนกันไปไหน บางบ้านก็ดูทีวีตอนกลางคืนแหละ แต่บ้านปิดสนิท ทำให้ทั้งหมู่บ้านนั้นมืดมาก ประมาณ 4 – 5 ทุ่มนี่ก็แทบมืดสนิททั้งหมู่บ้านแล้ว เอาง่ายๆ มองไปทางไหนก็มืด บ้านข้างๆบ้านผม ซึ่งเป็นบ้านยาย (บ้านอยู่ในรั้วเดียวกัน) นั้นมืดสนิท เพราะไม่มีคนอยู่ ก็ต้องแต่ยายตายก็ไม่มีคนอยู่แล้ว ฮ่าๆ ชวนให้จินตนาการไปนักแล แต่บ้านผมมีเสาไฟฟ้าอยู่หน้าบ้านพอดี เสาไฟฟ้าจะสว่างทั้งคืน ซึ่งก็ชวนให้เห็นเงาสลัวๆ อีกแหละ เหอะๆ และยิ่งไปกว่านั้นเสียงจะเงียบมากกกกก คุณจะได้ยินเสียงอะไรซักอย่างในหูมันเป็นอึงๆๆๆ ไม่รู้ว่าเสียงอะไร เสียงลมนี่แหละมั้ง คือมันเงียบมาก เงียบจนคุณได้ยินเสียงหัวใจเต้น ได้ยินเสียงนาฬิกาเดิน แกกๆๆๆๆ เสียงใบไม้เสียดสีกันเวลาสายลมพัดผ่าน เสียงปีกของแมลงต่างๆ โบยบินไปมา เสียงตุ๊กแก (แอ๊บ..แอ่ๆ) แต่แมลงสาบไม่เห็นซักตัวเลยแฮะ เสียงแต่ละเสียงนี่ชวนให้จินตนาการนักแล ส่วนตัวผมบอกเลยวันแรกนอนไม่หลับจริงๆ ต้องใส่หูฟังแล้วเปิดเพลงฟังแล้วก็นอน -__- นี่ไม่ได้กลัวน้า… แค่นอนไม่หลับ ฮ่าๆ ส่วนบรรยากาศท้องฟ้ายามค่ำคืนก็เต็มไปด้วยดวงดาว มองเห็นดาวชัดเจนมาก เห็นดวงจันทร์สว่างไสว สีเหลืองเรืองรอง สวยงามมาก พร้อมกับบรรยากาศลมพัดเย็นสบายๆ โอ้ว มันจะเยี่ยมมาก ถ้าไม่ใช่ต้องมานั่งดูคนเดียวอ่านะ กลัวว่าจะมีใครมานั่งเป็นเพื่อนโดยที่เราไม่ต้องการหน่ะสิ ฮ่าๆ

       พอตกตอนเช้า ผมตื่นประมาณ 8 โมง ซึ่งถือว่าสายมาก ปกติคนต่างจังหวัด ผมว่าเขามักจะนอนเร็วตื่นเช้ากัน ที่นี่เขาตื่นประมาณ ตี 5 ถึง 6 โมงเช้า ที่นี่สว่างไวนะ ตี 5 ก็สว่างนิดๆ แล้วแหละ หลายคนจะไปทำบุญตักบาตรที่วัด เมื่อก่อนพระเป็นฝ่ายเดิน แต่สมัยนี้เราต้องไปที่วัด คงเพราะพระท่านแก่ๆ กันหมดแล้วอ่ะ เดินไม่ไหว พระก็มีไม่กี่รูปเอง ให้คนไปตักบาตรที่วัดเลยก็ดีเหมือนกัน

       หลังจากช่วงสงกรานต์จบไป ก็รอวันบวชนาคของพี่ ซึ่งเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง พอถึงวันงานก็นะ ก่อนบวชก็ต้องทำบาปกันก่อน ต้องฆ่าหมู ฆ่าวัว เพื่อเอาเนื้อมาเป็นอาหารให้คนในงาน ซึ่งเป็นญาติๆ มาจากทั่วทุกสารทิศ บ้านใกล้บ้านไกล ใครผ่านไปผ่านมาจะแวะมารับประทานอาหารก็ได้ จะมีคนจัดหาให้ ซึ่งก็เป็นลูกๆ หลานๆ ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือเราเอง และบรรดาเหล่าแม่ครัวจะจัดอาหารมาให้ เสร็จแล้วก็เก็บไปไว้ให้เรียบร้อย เพื่อให้โต๊ะว่าง รองรับแขกอื่นๆ ต่อไป  พอถึงพิธีแห่นาค เข้าก็จะให้นาคนั่งรถกระบะโดยมีพ่อแม่เป็นคนโปรยเงิน โปรยลูกอมให้เด็กๆ ซึ่งมาจากไปไหนก็ไม่รู้ เต็มไปหมด สงสัยมาทั้งหมู่บ้าน มาแย่งเงินแย่งลูกอมกัน และก็จะมีดนตรีบรรเลง มีคนเต้น ไม่ว่าจะเป็นสาวเล็กสาวใหญ่ ลงป้า ก็ยืนโยก ฟ้อนรำกันไป สนุกสนานกันไปตลอดทาง รอบหมู่บ้าน และวนไปที่วัด  ในตลอดทางที่แห่นาคไปนั้น หลายๆ บ้านก็จะมีการเอากระติ๊กน้ำใส่น้ำ มาวางไว้ให้บริการ ใครหิวก็เชิญดื่มกันได้ แต่ก็มีบางคนเอาไปสาด ซึ่งน้ำมันก็เย็น สาดไปทีสดชื่น ตื่นกันเลยทีเดียว

       มาพูดเรื่องจิตใจคนต่างจังหวัดนี่ใจดีนะ ส่วนใหญ่จะใจดี มีน้ำใจ เป็นกันเอง คุยกันได้หมด ถาม How Are You ? กันบ่อยมากๆ ฮ่าๆ ขโมยมีน้อยมากๆ แทบไม่มีเลยด้วยซ้ำ (ผมยังไม่เคยได้ยินข่าวว่ามีขโมย) ผู้คนเดินเข้าบ้านนั้นออกบ้านนี้กันได้สบายๆ ไม่ต้องกลัวของหาย (หรือเพราะไม่รู้จะเอาอะไรรึเปล่านะ) … ผู้คนชอบเข้าวัดทำบุญ ฟังเทศน์ฟังธรรม ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนเฒ่าคนแก่นั่นแหละ ซึ่งมีเยอะมาก สงสัยจัง ทำไมคนบ้านนอกอายุยืน ทั้งๆ ที่กินอาหารที่คนในเมืองว่าสกปรก กินปลาที่เลี้ยงเองในสระ กินอะไรที่หาได้จากป่าเขา กินมดกินแมลง O_o กินผักที่ปลูกเองใส่ปุ๋ยขี้วัวขี้ควาย กินปลาร้า กินน้ำฝน หลายอย่างผมว่าเป็นเพราะอากาศหล่ะมั้ง ที่นี่อากาศดีสดชื่น ไม่เหมือนในเมือง หายใจอยู่ทุกวันมีแต่ควัน กับสารอันตรายต่างๆ นาๆ อากาศก็ร้อน ผู้คนจิตใจขุ่มมัว เต็มไปด้วยอันตราย นี่มันศูนย์รวมความวุ่นวายชัดๆ แต่เราก็ต้องอยู่ ก็ไม่รู้เหตุผลที่แน่ชัดเหมือนกัน (สาวๆสวยมั้ง O_o) สวยแต่ภายนอกเยอะเลย ก็…เอาเป็นว่าพอแค่นี้แหละกับบรรยากาศชีวิตบ้านนอก ถือเป็นการเล่าสู่กันฟัง สำหรับวันนี้ Zzz